“…เราเรียกแผ่นดินนี้ว่า ‘แผ่นดินแม่’ เพราะแผ่นดินนี้เป็นที่เกิดและเลี้ยงดูคนไทยมากว่า ๗๐๐ ปี ควรที่เราทั้งหลายจะบำรุงรักษาแผ่นดินให้คงความอุดมสมบูรณ์ไว้ หากเรามัวแต่ตักตวงผลประโยชน์จากผืนดิน เช่น ตัดไม้ขายจนป่าสูญสิ้น ใช้ยาฆ่าแมลงและยาฆ่าวัชพืชจนดินเสื่อมสภาพ หรือทิ้งของเสียและสิ่งปฏิกูลลงในแม่น้ำลำคลองโดยไม่ห่วงใยแผ่นดินเลย
…สักวันหนึ่ง แผ่นดินแม่คงตายจากเราไปโดยไม่มีวันหวนกลับคืนมา คงเหลือไว้เพียงพื้นดินที่แห้งแล้ง สิ้นสภาพจากการเป็นดินที่สามารถทำการเพาะปลูกได้…”
พระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระราชทานแก่บุคคลต่าง ๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๕
พระองค์ทรงใช้คำว่า “แผ่นดินแม่” เพื่อปลุกจิตสำนึกแห่งความกตัญญูและความผูกพันที่คนไทยควรมีต่อธรรมชาติ ทรงชี้ให้เห็นสัจธรรมว่า หากมนุษย์เอาแต่แสวงหาประโยชน์โดยไม่บำรุงรักษา ธรรมชาติย่อมถึงจุดเสื่อมสลายในที่สุด
พลังจากข้อความนี้สะกิดใจผู้คนมานานกว่าสามทศวรรษ และเป็นแรงบันดาลใจให้หลายฝ่ายลุกขึ้นมาปกป้องสิ่งแวดล้อม ทั้งการไม่ทิ้งของเสียลงสู่แหล่งน้ำ การลดการทำลายป่า และการหันมาอนุรักษ์ผืนแผ่นดินให้คงความอุดมสมบูรณ์ เพื่อส่งต่อเป็นมรดกแก่คนรุ่นหลังสืบไป