เมื่อเอ่ยถึงปลาทู เชื่อว่าทุกคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดี เนื่องจากมีการรับประทานกันมาอย่างยาวนานซึ่งคาดว่าน่าจะย้อนหลังไปถึงสมัยรัชกาลที่ ๖ ปลาทูเป็นปลาที่หาซื้อรับประทานได้ง่าย สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายประเภททั้ง ต้ม ผัด แกง ทอด ย่าง ยำ ได้ทุกประเภท แต่ส่วนใหญ่น้อยคนจะรู้ว่า ปลาทู มีสารอาหารที่มีประโยชน์และจำเป็นต่อร่างกายเป็นอย่างมาก
ปลาทู หรือมีอีกชื่อคือ Mackerel (แมคเคอเรล) เป็นปลาทะเลที่อยู่ในสกุล Rastrelliger (เรสท์เทรลไลเจอร์) ซึ่งเป็นวงศ์เดียวกับ ปลาโอ, ปลาอินทรี, และปลาทูน่า มักอยู่รวมกันเป็นฝูงบริเวณกลางน้ำถึงผิวน้ำ ในน่านน้ำไทยสามารถพบปลาทู 5 สายพันธุ์ด้วยกัน เช่น ปลาทู ปลาลัง ปลาทูปากจิ้งจก ปลาทูแขก ปลาทูแขกครีบยาว
จุดเด่นของปลาทูคือ มีสารอาหารที่เรียกว่า โอเมก้า 3 (Omega-3) จำนวนมากโอเมก้า 3 เป็นกรดชนิด หนึ่งที่ช่วยลดไตรกรีเซอร์ไรน์(triglycerides)ซึ่งเป็นไขมันชนิดหนึ่งในกระแสเลือด ลดการก่อตัวของคราบสะสมไขมันในหลอดเลือดแดง อีกทั้งยังช่วยลดภาวะการอักเสบทั่วร่างกายอีกด้วย โอเมก้า 3 เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อสมองเป็นอย่างมากในการที่จะช่วยเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้ และการแก้ไขปัญหา มีสมาธิ ความจำดี ปรับภาวะสมดุลของอารมณ์และช่วยรักษาสุข ภาพของสมองเมื่อสูงอายุ นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามินดีซึ่งเป็นตัวที่ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียม และฟอสฟอรัสเพื่อให้ร่างกายนำไปเสริมสร้างส่วนที่สึกหรอตามส่วนต่าง ๆ อีกทั้งยังมีไอโอดีนที่ทำหน้าที่ควบคุมให้ร่างกายเจริญเติบโต ในเนื้อปลาทู 100 กรัม มีสารโอเมก้า 3 ประมาณ 2-3 กรัม ซึ่งในหนึ่งวันนั้นร่างกายต้องการ โอเมก้า 3 ประมาณวันละ 3 กรัม ปลาทูจึงจัดว่ามีโอเมก้า 3 อยู่สูงมากเมื่อเทียบกับปลาชนิดอื่น อย่างไรก็ตามปลาทูถึงจะมีประโยชน์มากมายแต่สำหรับสตรีมีครรภ์ หรือสตรีช่วงให้นมบุตรไม่ควรรับประทานปลาทูมากเกินไปเนื่องจากมีสารจำพวก เมธิลเมอคิวรี่ (methylmercury) เพราะจะส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองของเด็ก และทารกในครรภ์ได้ องค์การอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐอเมริกาแนะนำว่าไม่ควรรับประทานเกินสัปดาห์ละ 6-12 ออนซ์
เนื่องจากปลาทูมีลักษณะคล้ายกับปลาในกลุ่มเดียวกันอย่างมาก เวลาเลือกซื้อควรพิจารณาหลายส่วนประกอบกัน เช่น ตัวสั้น ป้อม ตาใส สีของปลาจะใสไม่ว่าจะเป็นสีน้ำเงินแกมเขียวของส่วนบน หรือสีขาวของส่วนล่าง กดที่เนื้อปลาเนื้อจะนิ่ม และมีมันสีเหลืองเยิ้มอยู่ตามตัว หากเนื้อแข็งแสดงว่าปลาไม่สด และมีรสเค็มเกินไปรับประทานไม่อร่อยหากนำมาประกอบอาหาร