<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวสารกิจกรรมของกรมประชาสัมพันธ์]]></title>
<link>https://samutprakan.prd.go.th/th/content/category/index/id/13</link>
<atom:link href="https://samutprakan.prd.go.th/th/content/category/index/id/13" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[5 รัฐมนตรี ลงพื้นที่พัทลุง - สงขลา ยกระดับเศรษฐกิจ Soft Power ผ้าไทย พัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนทุกช่วงวัย]]></title>
<link>https://samutprakan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/13/iid/510652</link>
<guid isPermaLink="false">b277321cb9b470ab74b813d57407cbc7</guid>
<pubDate>Tue, 09 Jun 2026 13:41:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>หน่วยงานภาครัฐ 4 หน่วยงาน 5 รัฐมนตรี ผนึกกำลังลงพื้นที่จังหวัดพัทลุงและสงขลา เพื่อยกระดับเศรษฐกิจ Soft Power ผ้าไทย คุณภาพชีวิตของประชาชน และการศึกษา ประกอบด้วย นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานปิดโครงการ Soft Power สาขาแฟชั่น ที่กรมประชาสัมพันธ์จัดขึ้น ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อยกระดับผ้าไทยและผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่ตลาดสากล พร้อมทั้งเชิญชวนประชาชนสวมใส่ผ้าไทยในชีวิตประจำวัน นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นสักขีพยานในพิธีประกาศปฏิญญาการขับเคลื่อน &ldquo;สงขลาไมซ์ซิตี้&rdquo; สู่การเป็นศูนย์กลางไมซ์ระดับนานาชาติ ระหว่างองค์กรภาครัฐและภาคเอกชน จำนวน 40 แห่ง เพื่อประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันของทุกภาคส่วนในการสร้างอนาคตของจังหวัดสงขลาให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางไมซ์ระดับนานาชาติ ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ชุมชน และผู้ประกอบการอย่างสมดุล ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา แนะแนวทางและแรงบันดาลใจในการเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย เยี่ยมชมผลงานนวัตกรรมการใช้ประโยชน์และขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคใต้ ภายใต้โครงการ South Innovation Bridge โดยเชื่อมโยงผู้ประกอบการ ชุมชน ภาครัฐ และภาคสังคมเข้าด้วยกัน ยกระดับเศรษฐกิจภาคใต้ ส่งเสริม &ldquo;เศรษฐกิจเวลเนส&rdquo; (Wellness Economy) ที่สอดคล้องกับการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและแนวปะการัง ยกระดับ &ldquo;เศรษฐกิจฮาลาล&rdquo; และการบูรณาการเทคโนโลยีเพื่อเตรียม พร้อมรับมือภัยพิบัติ ด้านนายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ลงพื้นที่จังหวัดพัทลุง เพื่อเปิดโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนทุกช่วงวัย และลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อเปิดโครงการ &ldquo;พม.เคลื่อนที่ สร้างสุข สวัสดิการทุกช่วงวัย จังหวัดสงขลา&rdquo; ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการร่วมมือของทุกภาคส่วนในการดูแลประชาชนทุกช่วงวัยอย่างรอบด้าน ทั้งเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส ครัวเรือนเปราะบาง ผ่านการให้บริการแบบเชิงรุก เพื่อยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตที่มั่นคง แก้ปัญหาทางสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งส่งผลให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้และชุมชนมีความเข้มแข็ง</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutprakan.prd.go.th/th/file/get/file/202606092a80fb0f8a1b02824074d2d05e293bce134217.jpg' type='image/jpg' length='1634961' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ไทย – เวียดนาม มิตรภาพแน่นแฟ้น นายกฯ สองประเทศนำทีมหารือรอบด้าน เศรษฐกิจ ความมั่นคง ย้ำ เติบโตไปด้วยกัน ]]></title>
<link>https://samutprakan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/13/iid/510649</link>
<guid isPermaLink="false">3584d2bb7e376782427eab0326170992</guid>
<pubDate>Tue, 09 Jun 2026 13:40:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 8&ndash;9 มิถุนายน 2569 และเข้าร่วมการประชุม ASEAN Future Forum (AFF) ครั้งที่ 3 ณ กรุงฮานอย ซึ่งได้รับการต้อนรับจากนายเล มิญ ฮึง นายกรัฐมนตรีเวียดนาม พร้อมทั้งหารือเต็มคณะเพื่อกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างไทยกับเวียดนาม นายกรัฐมนตรี ระบุว่า การเยือนครั้งนี้ มีความสำคัญเป็นพิเศษ ซึ่งอยู่ในช่วงปีแห่งการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ 50 ปี ไทย&ndash;เวียดนาม รวมทั้งเป็นโอกาสในการต่อยอดผลสำเร็จจากการเยือนประเทศไทยของนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีเวียดนาม และร่วมกันกำหนดทิศทางการนำความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้านระหว่างสองประเทศไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการผสานจุดแข็งของทั้งสองประเทศเพื่อให้เศรษฐกิจเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือในทุกมิติ พร้อมใช้กลไกความร่วมมือทวิภาคีที่มีอยู่ ขับเคลื่อนผลการหารือสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งสองประเทศยังมุ่งยกระดับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจและผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างกันให้ถึง 25,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ รวมถึงส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และภาคการธนาคาร โดยเวียดนามพร้อมอำนวยความสะดวกและดูแลข้อเสนอของภาคเอกชนไทยเพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างกันให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความสัมพันธ์ระดับประชาชนต่อประชาชน การยกระดับความร่วมมือด้านความมั่นคงเพื่อปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและเสริมสร้างความมั่นคงทางทะเล ตลอดจนการประสานความร่วมมือในระดับภูมิภาคและสร้างความเข้มแข็งและเอกภาพของอาเซียนบนเวทีโลก นอกจากนี้นายกรัฐมนตรียังได้หารือกับภาคเอกชนไทยที่ดำเนินธุรกิจในเวียดนาม ยืนยันว่า พร้อมที่จะนำศักยภาพของทั้งสองประเทศมาผสานกันเพื่อสร้างการเติบโตร่วมกันในอนาคต พร้อมย้ำแนวคิด &ldquo;เติบโตไปด้วยกัน&rdquo; เพื่อร่วมกันเป็น &ldquo;หุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์&rdquo; ในการขับเคลื่อนอนาคตทางเศรษฐกิจของอาเซียน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutprakan.prd.go.th/th/file/get/file/20260609401c08d20a56f13139972234ec342d79134039.jpg' type='image/jpg' length='1513741' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กรมการปกครอง เปิดระบบตรวจสอบข้อมูล ลงพื้นที่สำรวจกลุ่มตกหล่นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกว่า 1 ล้านราย]]></title>
<link>https://samutprakan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/13/iid/510345</link>
<guid isPermaLink="false">02fc5c1fb92996a92ec7bc39d510964f</guid>
<pubDate>Mon, 08 Jun 2026 15:01:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp;กรมการปกครอง กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งระดมกำลังนายอำเภอ ปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ ลงพื้นที่เคาะประตูบ้าน อำนวยความสะดวกลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 โดยห้ามนัดหมายประชาชนผู้มีรายชื่อให้มาลงทะเบียนที่องค์การบริหารส่วนตำบลหรือที่ทำการกำนัน ผู้ใหญ่บ้านโดยเด็ดขาด แต่ให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่รับลงทะเบียนถึงบ้านประชาชนเท่านั้น เน้นย้ำผู้สูงอายุ คนพิการ และกลุ่มเปราะบาง ที่ยังไม่เคยได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ &ldquo;กลุ่มตกหล่น&rdquo; จำนวน 1,044,785 ราย ไม่ต้องเดินทางไปลงทะเบียนที่ธนาคารกรุงไทย จะมีเจ้าหน้าที่ดำเนินการสำรวจและรับลงทะเบียนที่บ้าน เพื่อให้ประชาชนที่มีคุณสมบัติเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการของรัฐได้อย่างทั่วถึง โดยประชาชนกลุ่มดังกล่าวสามารถตรวจสอบรายชื่อได้ผ่าน &ldquo;ระบบตรวจสอบข้อมูลตกสำรวจการได้รับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ&rdquo; ของกรมการปกครองที่ https://web-app.bora.dopa.go.th/welfare/ ถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2569 หลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่และสอบทานข้อมูลแล้วเสร็จและยืนยันการส่งข้อมูลผ่านระบบภายในวันที่ 21 มิถุนายน 2569 เวลา 23.59 น. กรมการปกครองจะรวบรวมรายชื่อส่งต่อกระทรวงการคลังตรวจสอบคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด และประกาศผลผู้ผ่านเกณฑ์ในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 กรณีพบประชาชนที่มีความเดือดร้อนด้านรายได้และไม่ได้อยู่ในบัญชีรายชื่อกลุ่มตกหล่น เจ้าหน้าที่สำรวจจะรวบรวมข้อมูลและนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามภารกิจและอำนาจหน้าที่ต่อไป กระทรวงการคลัง ได้เปิดเผยผลการลงทะเบียนยืนยันสิทธิโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ตั้งแต่วันที่ 4 - 5 มิถุนายน 2569 มีผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิมลงทะเบียนแล้วทั้งสิ้น 8,865,427 ราย โดยมีผู้ลงทะเบียนยืนยันสิทธิไม่สมบูรณ์ 410,699 ราย ขอให้ผู้ที่ลงทะเบียนตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์โครงการฯ หากพบข้อความว่า &ldquo;ข้อมูลตามบัตรประชาชนไม่ถูกต้อง&rdquo; ให้ผู้ลงทะเบียนเริ่มลงทะเบียนใหม่ หรือพบข้อความว่า &ldquo;อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อมูลตามบัตรประชาชนของผู้ลงทะเบียน&rdquo; ให้ผู้ลงทะเบียนกลับมาตรวจสอบสถานะการลงทะเบียนในวันถัดไป และหากตรวจสอบสถานะแล้วพบข้อความว่า &ldquo;ยืนยันการลงทะเบียนเรียบร้อย&rdquo; ไม่ต้องดำเนินการใด ๆ กระทรวงการคลังจะประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนยืนยันสิทธิในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutprakan.prd.go.th/th/file/get/file/2026060895d45ca30b27d33aeea9203f884a3c4e150223.jpg' type='image/jpg' length='1493998' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[โฆษกรัฐบาลเผย นายกฯ เตรียมเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการ 8-9 มิ.ย. นี้ ต่อยอดความร่วมมือหลังผู้นำเวียดนามเยือนไทย พร้อมร่วมประชุม ASEAN Future Forum ผลักดันความร่วมมือไทย-เวียดนามสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม]]></title>
<link>https://samutprakan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/13/iid/510073</link>
<guid isPermaLink="false">728b5e838bb42a1285fbea2856420550</guid>
<pubDate>Sun, 07 Jun 2026 13:10:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>(7 มิถุนายน 2569) นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีกำหนดการเยือนสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ และเข้าร่วมการประชุม ASEAN Future Forum (AFF) ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 8&ndash;9 มิถุนายน 2569 ณ กรุงฮานอย เพื่อหารือกับผู้นำเวียดนามและภาคเอกชนเพื่อสานต่อความร่วมมือในทุกมิติ</p>

<p>&nbsp;โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้นำคณะรัฐมนตรีและผู้แทนระดับสูงของไทยร่วมเดินทาง ประกอบด้วย นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ตลอดจนผู้แทนภาคเอกชนชั้นนำของไทยที่มีการลงทุนในเวียดนามกว่า 10 บริษัท ร่วมคณะครั้งนี้ด้วย เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทั้งในระดับรัฐบาลและภาคเอกชนระหว่างไทยและเวียดนามให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น</p>

<p>&nbsp; โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า การเยือนเวียดนามครั้งนี้นับเป็นการเยือนเวียดนามครั้งแรกของนายกรัฐมนตรี ภายหลังการเยือนไทยอย่างเป็นทางการของนายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีเวียดนาม เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี และถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ไทย&ndash;เวียดนามให้แน่นแฟ้น</p>

<p>&nbsp; ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจะใช้โอกาสการเยือนครั้งนี้หารือกับผู้นำเวียดนามในระดับการเมือง ทั้งประธานาธิบดีเวียดนาม นายกรัฐมนตรีเวียดนาม และประธานสภาแห่งชาติเวียดนาม รวมถึงจะพบปะภาคเอกชนไทยที่ลงทุนในเวียดนาม เพื่อผลักดันความร่วมมือจาก &ldquo;ความสัมพันธ์ที่ดี&rdquo; ไปสู่ &ldquo;ความร่วมมือที่เกิดผลเป็นรูปธรรม&rdquo; ตามเป้าหมายร่วมกัน</p>

<p>&nbsp; นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังจะเข้าร่วมการประชุม ASEAN Future Forum (AFF) ครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นเวทีหารือเชิงยุทธศาสตร์เกี่ยวกับอนาคตและทิศทางการพัฒนาของอาเซียน มีผู้นำประเทศ ผู้กำหนดนโยบาย ภาคธุรกิจ นักวิชาการ และภาคส่วนต่าง ๆ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและมุมมองต่อประเด็นสำคัญของภูมิภาค ทั้งนี้ การประชุม AFF จัดขึ้นมาแล้ว 2 ครั้ง แต่การเข้าร่วมครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่นายกรัฐมนตรีไทยเดินทางเข้าร่วมการประชุมด้วยตนเองสะท้อนถึงความสำคัญที่ไทยให้ต่อเวทีดังกล่าว ตลอดจนความสัมพันธ์อันใกล้ชิดและแน่นแฟ้นระหว่างไทยกับเวียดนาม&nbsp;</p>

<p>การประชุมในปีนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ &ldquo;Shaping our Future Together: Peace, Prosperity, People-Centered&rdquo; โดยมุ่งหารือแนวทางเสริมสร้างบทบาทของอาเซียนในการรับมือกับความท้าทายและความไม่แน่นอนของโลก ส่งเสริมสันติภาพ ความเจริญรุ่งเรือง และการสร้างประชาคมอาเซียนที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งจะมีผู้นำจากหลายประเทศเข้าร่วม อาทิ นายกรัฐมนตรีเวียดนาม นายกรัฐมนตรีกัมพูชา นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว นายกรัฐมนตรีไทย และนายกรัฐมนตรีติมอร์-เลสเต</p>

<p>&nbsp; สำหรับกำหนดการสำคัญ ในวันที่ 8 มิถุนายน 2569 นายกรัฐมนตรีและคณะจะเดินทางออกจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ในเวลา 08.00 น. ถึงท่าอากาศยานนานาชาติโหน่ยบ่าย กรุงฮานอย เวลา 10.00 น. จากนั้นจะพบหารือทวิภาคีกับผู้นำระดับสูงของเวียดนาม และประชุมหารือกับภาคเอกชนไทยที่ดำเนินธุรกิจในเวียดนาม โดยในช่วงบ่าย นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ และหารือข้อราชการเต็มคณะ ที่ทำเนียบรัฐบาลเวียดนาม ก่อนเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำ ซึ่งนายกรัฐมนตรีเวียดนาม เป็นเจ้าภาพ</p>

<p>&nbsp; ส่วนในวันที่ 9 มิถุนายน 2569 นายกรัฐมนตรีจะเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุม ASEAN Future Forum ครั้งที่ 3 ณ โรงแรม Melia Hanoi และในช่วงบ่ายจะเข้าร่วมงาน Thailand&ndash;Vietnam Investment and Business Forum ซึ่งจัดโดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ก่อนเดินทางกลับประเทศไทยในช่วงค่ำวันเดียวกัน</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutprakan.prd.go.th/th/file/get/file/2026060748346dd671334645544042f4ec949eb1131243.jpg' type='image/jpg' length='68228' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[“น้ำมา ปิดได้เลย” รัฐบาลให้อำนาจผู้บริหารโรงเรียนสั่งหยุดเรียนได้ทันที ลุยรับมือเชิงรุกน้ำท่วมปี 69 ยึดความปลอดภัยเด็กเป็นอันดับหนึ่ง]]></title>
<link>https://samutprakan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/13/iid/510069</link>
<guid isPermaLink="false">5f35cafdef6f37587e6b0fe75791c3bc</guid>
<pubDate>Sun, 07 Jun 2026 13:05:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;(7 มิถุนายน 2569) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเตรียมความพร้อมในการเฝ้าระวังและรับมือเหตุอุทกภัยในสถานศึกษาว่า จากการประเมินสถานการณ์ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พบว่าแนวโน้มอุทกภัย ดินสไลด์ และน้ำท่วมฉับพลันในทุกภูมิภาคมีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี ซึ่งจากข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี โดยเฉพาะในปี 2568 ที่ผ่านมา พบว่ามีสถานศึกษาได้รับผลกระทบเกือบ 2,000 แห่ง และมีเด็กนักเรียนได้รับผลกระทบกว่า 1.6 แสนคน และยังพบว่า มีโรงเรียนจำนวนมากที่ประสบภัยพิบัติซ้ำซ้อน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ล่าสุด รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน จากการตั้งรับเป็นการทำงานเชิงรุก และออกมาตรการระยะสั้นคุมเข้มสถานศึกษาทั่วประเทศ เพื่อป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น โดยกำชับให้ติดตามพยากรณ์อากาศและประสานงานฝ่ายปกครองท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด และให้อำนาจผู้บริหารสถานศึกษาประเมินความเสี่ยงและสั่งปิดโรงเรียนชั่วคราวได้ทันที พร้อมปรับระบบการเรียนการสอนเป็น Online , On-Hand หรือ On-Demand ตามความเหมาะสม ขณะเดียวกันให้ครูผู้สอนผ่อนปรนการส่งการบ้าน และการสอบในช่วงวิกฤต เพื่อดูแลสภาพจิตใจของเด็กและผู้ปกครอง ไม่ให้เครียด<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้สถานศึกษาจัดเตรียมพื้นที่ปลอดภัยในโรงเรียนเป็นศูนย์อพยพชั่วคราวของชุมชน กรณีต้องมีการอพยพประชาชนในพื้นที่ และให้ทุกโรงเรียนรายงานสถานการณ์แบบเรียลไทม์ ผ่านแอปพลิเคชัน Line เพื่ออนุมัติถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็นได้แบบทันท่วงที<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงเพิ่มเติมถึงมาตรการระยะยาวว่า จะเน้นเรื่องการฟื้นฟูโครงสร้างและการสร้างความร่วมมือกับท้องถิ่น เพื่อแก้ปัญหาอย่างถาวร โดยเมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ ให้เร่งจัดทำแผนสอบชดเชย จัดหาอุปกรณ์การเรียนทดแทนส่วนที่เสียหาย และประสานศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชนของอาชีวศึกษา ส่งทีมช่างเข้าซ่อมแซมทันที จากนั้น ให้สถานศึกษารายงานความเสียหายของอาคารเพื่อขอรับงบซ่อมแซมจาก สพฐ. ตามระเบียบวาระเร่งด่วน รวมทั้งประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อปรับปรุงระบบระบายน้ำของโรงเรียนและชุมชนในระยะยาวต่อไป</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutprakan.prd.go.th/th/file/get/file/202606071597966f17618b74034764932896e5a2130641.jpg' type='image/jpg' length='83346' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ปภ. เร่งรับมือฝนตกต่อเนื่อง สั่งทุกพื้นที่เฝ้าระวังใกล้ชิด-ส่งเครื่องจักรกลช่วยระบายน้ำ อ.ห้างฉัตร ลำปาง พร้อมสำรวจจุดเสี่ยงสุโขทัยป้องกันน้ำท่วม]]></title>
<link>https://samutprakan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/13/iid/510065</link>
<guid isPermaLink="false">7c0470ad051121478efe840cca2c76e3</guid>
<pubDate>Sun, 07 Jun 2026 13:02:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;(7 มิ.ย. 69) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สั่งการ ปภ. ในพื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันจากฝนตกหนัก พร้อมส่งเครื่องสูบน้ำช่วยจังหวัดลำปาง ผันน้ำแม่ตาลเลี่ยงชุมชนห้างฉัตร ขณะที่จังหวัดสุโขทัย เดินหน้าสำรวจจุดเสี่ยง เตรียมความพร้อมดูแลความปลอดภัยและลดผลกระทบต่อประชาชนในช่วงฤดูฝน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยว่า ในระยะนี้ที่มีฝนตกในหลายพื้นที่ ปภ. ได้เน้นย้ำให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และสนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้จังหวัดโดยด่วนหากมีการขอรับการสนับสนุนหรือสถานการณ์รุนแรง โดยเมื่อวานนี้ (6 มิ.ย. 69) ได้มอบหมายให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 10 ลำปาง สนับสนุนเครื่องสูบน้ำระบบไฮดรอลิค ขนาด 24 นิ้ว อัตราสูบส่ง 90,000 ลิตร/นาที พร้อมเจ้าหน้าที่ เข้าติดตั้งที่จุดเสี่ยงบริเวณพื้นที่บ้านข่วง หมู่ 10 ต.ปงยางคก อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง เพื่อเร่งระบายน้ำจากลำน้ำแม่ตาลเข้าสู่คลองส่งน้ำชลประทาน เพื่อผันน้ำไม่ให้เข้าเขตชุมชน&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกจากนี้ที่จังหวัดสุโขทัย สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสุโขทัย ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจจุดเสี่ยงในพื้นที่อำเภอสวรรคโลก และโครงการก่อสร้างพนังกั้นน้ำป้องกันอุทกภัยในพื้นที่เสี่ยงได้รับผลกระทบจากอุทกภัยตามแนวลำน้ำยม เพื่อเตรียมพร้อมป้องกันและดูแลประชาชน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมเคียงข้างดูแลประชาชนให้ปลอดภัยจากภัยพิบัติ หากพบเห็นหรือประสบเหตุสาธารณภัย โทรแจ้งสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutprakan.prd.go.th/th/file/get/file/202606072014f637ef42e3abfcbe0d104c70d6b6130435.jpg' type='image/jpg' length='340101' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ศธ. - พม. - มท. เร่งยกระดับทุนมนุษย์ ปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพคนไทยทุกช่วงวัย สร้างพื้นที่ปลอดภัยในโรงเรียนสำหรับเด็ก ]]></title>
<link>https://samutprakan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/13/iid/510062</link>
<guid isPermaLink="false">717ab67012eb97b9b295966200560510</guid>
<pubDate>Sun, 07 Jun 2026 12:56:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp;นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง 3 กระทรวง เพื่อบูรณาการการขับเคลื่อนการยกระดับทุนมนุษย์และปกป้องคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของคนไทยทุกช่วงวัย ลดความเหลื่อมล้ำ คุ้มครองกลุ่มเปราะบาง และ สร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง จึงได้ขับเคลื่อน &ldquo;โคราชโมเดล&rdquo; เป็นพื้นที่ต้นแบบในการพัฒนาการศึกษาและจะขยายผลสู่พื้นที่อื่นของประเทศ พร้อมทั้งนำเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษากลับเข้าสู่การเรียนรู้ผ่านรูปแบบการศึกษาที่ยืดหยุ่น สำรวจและค้นหาเด็กพิการที่ตกหล่น ส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ผู้สูงอายุในพื้นที่ อำนวยความสะดวกกลุ่มเปราะบางในการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงสิทธิได้อย่างเท่าเทียมและไม่มีใครตกหล่น และขับเคลื่อนโครงการศูนย์สร้างสุข เพื่อดูแลความเดือดร้อนของประชาชน คนพิการ ผู้สูงอายุ คนไร้ที่พึ่ง และปัญหาความรุนแรง นอกจากนี้ยังได้เปิดโครงการ &ldquo;เปิดเทอมใหม่ โรงเรียนปลอดภัยสำหรับเด็ก (Child Friendly School)&rdquo; ประจำปี 2569 ณ โรงเรียนพิมายวิทยา เพื่อให้เด็กกลุ่มเปราะบางได้เข้าถึงระบบการศึกษาและได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง มีระบบ SAFE SCHOOL รับแจ้งเหตุในสถานศึกษา &ldquo;ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม.โทร. 1300&rdquo; ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และสนับสนุนการพัฒนาศูนย์ชุมชนคุ้มครองเด็ก และสร้างเครือข่ายชุมชนปลอดภัยควบคู่กับการพัฒนาโรงเรียนปลอดภัยทั่วประเทศ สำหรับการขยายโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนไทยที่มีศักยภาพสูงแต่ขาดโอกาสทางเศรษฐกิจ นักเรียนทุนโครงการ ODOS (Outstanding Development Opportunity Scholarship) รุ่นที่ 1 จำนวน 48 คน จากทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ เริ่มทยอยเดินทางไปศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำทั้งในประเทศสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย ผู้ได้รับทุนทุกคนจะได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาและค่าครองชีพตลอดหลักสูตร ปัจจุบันโครงการ ODOS รุ่นที่ 1&ndash;3 ได้มอบโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนไทยแล้วจำนวน 3,599 คน&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutprakan.prd.go.th/th/file/get/file/20260607564e5c9132ef67a4d682f1f58b0ec357130104.jpg' type='image/jpg' length='1477534' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลเชิญชวนส่งผลงานสื่อสร้างสรรค์ “เรือพระราชพิธี : เบื้องหลังความงดงามกับการสืบสานงานศิลป์”]]></title>
<link>https://samutprakan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/13/iid/509915</link>
<guid isPermaLink="false">4298b4efce6c5ea78faf28cd4cf94b35</guid>
<pubDate>Sat, 06 Jun 2026 14:21:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ รัฐบาลเตรียมจัดพระราชพิธีถวายผ้าพระกฐินทางชลมารค ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน โดยขบวนพยุหยาตราทางชลมารค ณ วัดอรุณราชวราราม เพื่อสืบทอดราชประเพณีอันทรงคุณค่าและแสดงถึงความวิจิตรงดงามของมรดกศิลปวัฒนธรรมไทย<br />
ในโอกาสอันเป็นมหามงคลนี้ กรมศิลปากร โดยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ขอเชิญชวนนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ร่วมส่งผลงานสื่อสร้างสรรค์ ประเภทภาพถ่ายและคลิปวิดีโอสั้น ภายใต้หัวข้อ &ldquo;เรือพระราชพิธี: เบื้องหลังความงดงามกับการสืบสานงานศิลป์&rdquo; เพื่อร่วมถ่ายทอดความประณีต คุณค่าของการอนุรักษ์ และการสืบสานองค์ความรู้ด้านช่างศิลป์ไทยที่ผูกพันกับพระราชพิธีสำคัญของชาติ<br />
🗓️ กำหนดการส่งผลงานได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๙ โดยสามารถลงทะเบียนเข้าถ่ายภาพหรือบันทึกวิดีโอภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี ได้ตามวันและเวลาทำการ<br />
✅️วันที่ ๑ มิถุนายน &ndash; ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๙ สำนักช่างสิบหมู่ดำเนินการประดับตกแต่งเรือพระราชพิธี และรื้อนั่งร้านหลังเสร็จสิ้นการดำเนินงาน<br />
✅️ว้นที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๙ พิธีบวงสรวงแม่ย่านางเรือ<br />
✅️วันที่ ๒๒ &ndash; ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ดำเนินการเชิญเรือพระราชพิธีไปเก็บรักษา ณ อู่ทหารเรือธนบุรี<br />
☎️สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เรือพระราชพิธี โทรศัพท์ ๐ ๒๔๒๔ ๐๐๐๔</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutprakan.prd.go.th/th/file/get/file/20260606680adc7d6965e999bdb23ed0624d666c142758.jpg' type='image/jpg' length='1961036' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รัฐบาลลุยสกัดเว็บพนันออนไลน์ ก่อนเทศกาล “บอลโลก 2026” เผย 8 เดือน ปิดกั้นแล้วกว่า 6 แสน URLs เตือนอินฟลู หยุดปัก-แปะ -ปั่นคอนเทนต์ชวนเล่นพนัน ]]></title>
<link>https://samutprakan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/13/iid/509914</link>
<guid isPermaLink="false">5b5da27bb990e271d4d48923e8b0d6a2</guid>
<pubDate>Sat, 06 Jun 2026 14:13:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>(6 มิ.ย. 69) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำให้แก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคม พร้อมสั่งการให้ยกระดับการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ การปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ และเว็บไซต์ URL ผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการปราบปรามและปิดกั้นเว็บไซต์พนันออนไลน์ และ URL ที่เกี่ยวข้อง<br />
นางสาวพลอยทะเล กล่าวว่า รัฐบาล โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)&nbsp; ได้ดำเนินการปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ และเว็บไซต์ URL ที่เกี่ยวข้องกับการพนันผิดกฎหมาย ตามคำสั่งศาล และประสานความร่วมมือกับแพลตฟอร์ม ในปีงบประมาณ 2569 ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 &ndash; 31 พฤษภาคม 2569 (ระยะเวลา 8 เดือน) แล้ว จำนวน 673,699&nbsp; รายการ โดยแยกเป็นการปิดกั้นตามคำสั่งศาล จำนวน 635,717 รายการ และประสานงานแพลตฟอร์มทำการปิดกั้น (ประเภทหลอกลวง/พนันออนไลน์) จำนวน 37,982 รายการ ทั้งนี้ เฉพาะเดือนพฤษภาคม 2569 สามารถปิดกั้น URL การพนันผิดกฎหมายได้จำนวน 78,796 รายการ (ตามคำสั่งศาล 68,571 รายการ/ ประสานงานแพลตฟอร์ม 10,225 รายการ)<br />
รัฐบาลสั่งการกระทรวงดีอีให้เฝ้าระวังและดำเนินการปิดกั้น ยกระดับการปิดกั้น URL ที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์อย่างเข้มข้น โดยเฉพาะในช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ที่จะเริ่มขึ้นในเดือนมิถุนายนนี้ พร้อมทั้งสั่งการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรม ทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เฝ้าระวังและป้องกันเยาวชนเข้าไปเกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลฟุตบอลโลกอย่างเข้มข้น โดยการนำเทคโนโลยี AI ช่วยตรวจจับทำให้การสกัดกั้นทำได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น<br />
&ldquo;เตือนประชาชนให้ระมัดระวังการเผยแพร่เนื้อหาที่เข้าข่ายผิดกฎหมายบนสื่อดิจิทัล และโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะในกลุ่มเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับการพนัน รวมทั้งการหลอกลวงออนไลน์ต่างๆ โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งอาจเข้าข่ายการกระทำความผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ.คอมฯ มาตรา 14&nbsp; ย้ำเตือนอินฟลูเอนเซอร์ที่ชักชวนเล่นพนันออนไลน์ทุกรูปแบบ&nbsp; อย่าปักตะกร้า อย่าแปะลิงก์ อย่าปั่นคอนเทนต์เชิญชวน จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด&rdquo; นางสาวพลอยทะเล ย้ำ</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutprakan.prd.go.th/th/file/get/file/20260606c79e21309093f1615837d0ceea3260e2141728.jpg' type='image/jpg' length='101953' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[อว. จับมือ พม. เตรียมเสนอเพิ่มเบี้ยคนพิการ 1,000 บาท ถ้วนหน้า จ้างงานคนพิการในหน่วยงานรัฐ]]></title>
<link>https://samutprakan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/13/iid/509912</link>
<guid isPermaLink="false">cb2a697fcc63d6535553193fd4b12960</guid>
<pubDate>Sat, 06 Jun 2026 14:09:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการอย่างรอบด้านตามแนวทาง &ldquo;พม. สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนพิการไทยทุกคน&rdquo; โดยมติสำคัญของที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ (กพช.) ที่เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี คือการเห็นชอบปรับเพิ่มสวัสดิการเบี้ยความพิการจาก 800 บาท เป็น 1,000 บาท แบบถ้วนหน้า โดยกลุ่มที่จะได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นคือ คนพิการที่ปัจจุบันไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งคนพิการทั่วประเทศในปัจจุบันมีจำนวนกว่า 2.27 ล้านคน อนุมัติเงินงบกองทุนประจำปี 2569 วงเงิน 141 ล้านบาท เพื่อจัดหากายอุปกรณ์ช่วยเหลือคนพิการ เปิดโอกาสให้ผู้ดูแลคนพิการสามารถพัฒนาเป็นผู้ช่วยคนพิการได้ โดยจะได้รับค่าตอบแทน 10,800 บาทต่อเดือน ส่วนมาตรการส่งเสริมอาชีพและการดูแลคนพิการ ได้อนุมัติขยายเพดานวงเงินกู้ยืมเพื่อการประกอบอาชีพ จากเดิม 120,000 บาท เพิ่มเป็น 300,000 บาท นอกจากนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ยังได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับ 6 หน่วยงานภาครัฐ ขับเคลื่อนการจ้างงานคนพิการในภาครัฐ เพื่อเสริมการประกอบอาชีพและการมีงานทำ และขยายผลสร้างแรงบันดาลใจให้คนพิการ &ldquo;มีที่อยู่ ที่ยืน&rdquo; ในสังคม พึ่งตนเองได้&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutprakan.prd.go.th/th/file/get/file/2026060672b4c57cb1765034982876af46467024141317.jpg' type='image/jpg' length='1245515' />
</item>
</channel>
</rss>
