<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[เทศกาล ประเพณี]]></title>
<link>https://samutprakan.prd.go.th/th/content/category/index/id/413</link>
<atom:link href="https://samutprakan.prd.go.th/th/content/category/index/id/413" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[งานนมัสการหลวงพ่อปาน  อำเภอบางบ่อ]]></title>
<link>https://samutprakan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/413/iid/12102</link>
<guid isPermaLink="false">74d3f997dee554e158d03c5f05b8b2f0</guid>
<pubDate>Fri, 19 Mar 2021 09:28:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; งานนมัสการหลวงพ่อปานอำเภอบางบ่อ เป็นงานประเพณีที่จัดต่อเนื่องกันมานาน โดยการจัดงานตรงกับวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 12 ของทุกปี ก่อนถึงวันงานจะมีการแห่รูปหล่อหลวงพ่อปานไปยังตำบลต่างๆ เมื่อถึงตำบลใดก็จะนำขึ้นประดิษฐานในตำบลนั้น เพื่อให้ประชาชนได้นมัสการและปิดทองโดย จะมีการเฉลิมฉลองจนครบทุกตำบล แล้วจึงนำรูปหล่อหลวงพ่อปานมาประดิษฐาน ณ มณฑปหน้าที่ว่าการอำเภอบางบ่อ เพื่อให้ผู้มีจิตศรัทธาได้นมัสการและปิดทองรูปหล่อหลวงพ่อปาน เป็นการรำลึกถึงคุณงาม ความดี และวัตรปฏิบัติอันดีงามของท่าน เมื่อครั้งยังอยู่ในเพศบรรพชา จนกระทั่งมรณภาพ และเป็นการสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมพื้นบ้าน &nbsp;โดยรายได้ที่เหลือจากการจัดงานจะนำไปเป็นทุนการศึกษาแก่นักเรียนที่เรียนดีแต่ยากจน การศาสนา การสาธารณสุข และ กิจการสาธารณกุศลต่างๆ<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;หลวงพ่อปาน เกิดที่ตำบลบางเหี้ย หรือตำบลคลองด่าน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อ พ.ศ. 2368 ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว บิดาเป็นคนจีน ไม่ทราบชื่อ มารดา เป็นคนไทย ชื่อ นางตาล เมื่อวัยเยาว์หลวงพ่อปานได้บรรพชาเป็นสามเณรที่วัดอรุณราชวราราม จนอายุครบอุปสมบทจึงอุปสมบทที่วัดอรุณราชวราราม เป็นเวลาพอสมควรท่านได้ย้ายมาอยู่ที่วัดมงคลโคธาวาส อำเภอบางบ่อ ในเวลาต่อมาหลวงพ่อปานได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ จากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็น &ldquo;พระครูพิพัฒน์นิโรธกิจ&rdquo;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;หลวงพ่อปานนับได้ว่า เป็นพระอริยะสงฆ์ ที่ยึดมั่นเคร่งครัดทางพระธรรมวินัย เป็นเกจิอาจารย์ชื่อดังทางวิปัสสนากรรมฐานมรรค ยึดมั่นทางธุดงค์วัตร มีปฏิปทาในการมุ่งมั่นปฏิบัติ ศาสนกิจ มีจิตเมตตาเอื้ออารีจนเป็นที่เลื่อมใส ศรัทธา และเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของพุทธศาสนิกชนทั่วไป หลวงพ่อปาน มรณภาพ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2453 สิริอายุได้ 86 พรรษา<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutprakan.prd.go.th/th/file/get/file/20210319f46f49bc0511a84a2c0074459f480d0d093205.jpg' type='image/jpg' length='489407' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ประเพณีตักบาตรดอกไม้ วัดบางโฉลงใน]]></title>
<link>https://samutprakan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/413/iid/12096</link>
<guid isPermaLink="false">7acea286f4746b8620d59fcd20994eb5</guid>
<pubDate>Fri, 19 Mar 2021 09:03:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ประเพณีตักบาตรดอกไม้ มรดกทางวัฒนธรรมของบรรพบุรุษของชาวตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ที่ปฏิบัติสืบทอดต่อกันมาเป็นเวลากว่า 100 ปี เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ประเพณีตักบาตรดอกไม้ วัดบางโฉลงใน อำเภอบางพลี จังสมุทรปราการ ถือเป็นประเพณีที่ได้ถือปฏิบัติกันมาของผู้ถือศีลและพุทธศาสนิกชน โดยนำดอกไม้มาถวายพระสงฆ์ในวันเข้าพรรษา เพื่อพระสงฆ์ได้นำดอกไม้ไปกระทำพิธีสังฆกรรมในพระอุโบสถ ซึ่งถือปฏิบัติมาเป็นเวลากว่า 100 ปี<br />
ต่อมาสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสมุทรปราการและสภาวัฒนธรรมอำเภอบางพลี ได้เข้ามาฟื้นฟูประเพณีดังกล่าว เพื่อสืบสานประเพณีท้องถิ่นที่ดีงาม มรดกทางวัฒนธรรมของบรรพบุรุษของชาวตำบลบางโฉลง ให้ประชาชนทั่วไปได้รู้จักมากยิ่งขึ้น และได้เปลี่ยนแปลงจากการตักบาตรดอกไม้ในวันเข้าพรรษา มาเป็นวันอาสาฬหบูชา ก่อนวันเข้าพรรษา 1 วัน เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา โดยดอกไม้ที่นำมาตักบาตร ได้แก่ ดอกบัว ดอกมะลิ ดอกเข็ม ดอกเข้าพรรษา ดอกพุทธรักษา และดอกไม้อื่นๆ ที่มีอยู่ในท้องถิ่น<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ความเป็นมาของการตักบาตรดอกไม้ มีแจ้งในพุทธตำนานว่า นายมาลาการ ผู้ทำหน้าที่นำดอกมะลิสดไปถวายพระเจ้าพิมพิสาร พระราชาแห่งมเมืองราชคฤห์เป็นประจำทุกวัน มาวันหนึ่งขณะที่เก็บดอกมะลิอยู่ในสวน องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พร้อมด้วยพระภิกษุสงฆ์ เสด็จออกบิณฑบาตผ่านมา&nbsp; นายมาลาการได้เห็นดังนั้น จึงเกิดความเลื่อมใสศรัทธาและได้นำดอกมะลิ 8 กำมือไปถวาย พระเจ้าพิมพิสารทรงทราบข่าวว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จบิณฑบาตใกล้ๆ พระราชวัง จึงได้เสด็จพระราชดำเนินไปเข้าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และได้บำเหน็จรางวัล ความดี ความชอบให้กับนายมาลาการที่นำดอกมะลิถวายแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นับแต่นั้นนายมาลาการก็อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข ด้วยอานิสงส์ของการนำดอกมะลิบูชา แด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงเป็นที่มาของประเพณี &quot;ตักบาตรดอกไม้&rdquo; จนถึงปัจจุบัน/<br />
&nbsp;<br />
แหล่งที่มา : สภาวัฒนธรรมอำเภอบางพลี<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutprakan.prd.go.th/th/file/get/file/20210319436f5ee8dbc224f6401a03ccb413c39c090510.jpg' type='image/jpg' length='120438' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รับบัวบางพลี ประเพณีหนึ่งเดียวในโลก]]></title>
<link>https://samutprakan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/413/iid/11973</link>
<guid isPermaLink="false">887032746d03a50342a1b16a658d6d8d</guid>
<pubDate>Thu, 18 Mar 2021 11:55:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;<strong> &nbsp;&quot; ร่วมบุญบัวหลวง หวานมะม่วงน้ำดอกไม้ ไหว้หลวงพ่อโตศักดิ์สิทธิ์ ยอดปลาสลิดรสดี &quot; คำขวัญของอำเภอบางพลี ซึ่งนอกจากจะมีความเจริญทางด้านเศรษฐกิจแล้ว ยังเป็นที่ตั้งของสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบิน ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ และที่สำคัญยังมีประเพณีเก่าแก่และมีแห่งเดียวในโลก นั่นก็คือ &quot;ประเพณี รับบัว&rdquo;</strong></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; อำเภอบางพลีในอดีต มีดอกบัวมาก เนื่องจากมีแหล่งน้ำอุดมสมบูรณ์ ชาวมอญพระประแดงที่ไปทำนาที่อำเภอบางพลี จะพายเรือไปตามคลองลัดตะนงมาออกที่คลองลัดโพธิ์ แล้วพายข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ลัดเลาะไปตามคลองสำโรง ผ่านหน้าวัดหลวงพ่อโต (วัดบางพลีใหญ่ใน) ขากลับก็จะนำดอกบัวใส่เรือมาบูชาพระ และเพื่อติดกัณฑ์เทศน์มหาชาติในเทศกาลออกพรรษาตามวัดในหมู่บ้านของตน แต่ส่วนใหญ่จะนำไปบูชาองค์พระสมุทรเจดีย์ที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา การเดินทางไปมาระหว่างกันเป็นเวลานาน ทำให้เกิดความสนิทสนมนับถือกันเหมือนญาติมิตร ชาวมอญพระประแดง จึงได้ขอให้ชาวบางพลีเก็บดอกบัวไว้ให้ด้วย แล้วจะมารับในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 จนกลายเป็นประเพณีที่ชาวอำเภอบางพลีถือปฏิบัติมาโดยตลอด ซึ่งก่อนถึงวันนัด 1 วัน คือในวันขึ้น 13 ค่ำ เดือน 11 ชาวบางพลีจะรีบไปเก็บดอกบัวและจัดเตรียมข้าวปลาอาหารไว้คอยต้อนรับ ส่วนชาวพระประแดงก็จะพากันพายเรือไปรับบัว โดยมีการร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนาน ต่อมาประเพณีดังกล่าวก็ค่อย ๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;จนถึงสมัย นายชื่น วรศิริ เป็นนายอำเภอบางพลี เล็งเห็นว่า น่าจะรื้อฟื้นงานประเพณีรับบัวขึ้นมาใหม่ รวมถึงประเพณีแห่หลวงพ่อโตวัดบางพลีใหญ่ใน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ เป็นที่เคารพบูชาของชาวอำเภอบางพลีและใกล้เคียง โดยมีตำนานเล่าขานถึงความศักดิ์สิทธิ์ ว่า เมื่อคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2310) ชาวบ้านช่วยกันอัญเชิญพระพุทธรูป 3 องค์ ใส่แพล่องมาตามน้ำเพื่อหนีภัยสงคราม องค์แรก คือ หลวงพ่อบ้านแหลม ชาวบ้านอัญเชิญขึ้นที่วัดเพชรสมุทร อำเภอเมืองสมุทรสงคราม องค์ที่ 2 คือ หลวงพ่อโสธร อัญเชิญขึ้นที่วัดโสธร อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา และองค์ที่ 3 องค์ใหญ่สุด คือ หลวงพ่อโต ซึ่งเป็นพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ สร้างในสมัยสุโขทัย ปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 3 ศอก 1 คืบ ได้อัญเชิญขึ้นที่วัดบางพลีใหญ่ใน อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ดังนั้น อำเภอบางพลี จึงได้จัดงานประเพณีรับบัวขึ้น โดยจัดให้มีการประกวดตกแต่งเรือ จัดหาดอกบัวและข้าวต้มมัดไว้ต้อนรับผู้มาเยี่ยมเยียน และได้นำไม้ไผ่มาสานเป็นโครงรูปองค์พระพุทธรูป หุ้มด้วยกระดาษทองประดิษฐานบนเรือ สมมุติว่าเป็นองค์หลวงพ่อโตแห่งวัดบางพลีใหญ่ใน แห่ไปตามลำคลองสำโรง ต่อมา เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่ใน ได้หล่อรูปองค์จำลองของหลวงพ่อโต แล้วอัญเชิญลงเรือแห่ไปตามลำคลองสำโรง ให้ประชาชนได้สักการะบูชา ช่วงกลางคืนจะมีมหรสพสมโภชอย่างสนุกสนาน จนทำให้งานประเพณีรับบัว เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางด้านวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดสมุทรปราการ<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutprakan.prd.go.th/th/file/get/file/202103188251a1b03289b3c118fa9e3f93ad8e51120002.jpg' type='image/jpg' length='167565' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[งานนมัสการองค์พระสมุทรเจดีย์]]></title>
<link>https://samutprakan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/413/iid/11966</link>
<guid isPermaLink="false">0388d3b6a76929c8a53e41d9527203d4</guid>
<pubDate>Thu, 18 Mar 2021 11:33:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;พระสมุทรเจดีย์ หรือ &quot;พระเจดีย์กลางน้ำ &rdquo; ถือเป็นปูชนียสถาน คู่บ้าน คู่เมือง และเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดสมุทรปราการ ตั้งอยู่ที่ ตำบลปากคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ บริเวณฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงข้ามกับศาลากลางจังหวัด โดยมีแม่น้ำเจ้าพระยาคั่นกลาง และถือว่าเป็นโบราณสถานที่สำคัญของชาติ<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; พระสมุทรเจดีย์ เริ่มก่อสร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2 ) ภายหลังจากที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างเมืองสมุทรปราการและป้อมปราการต่าง ๆ โดยพื้นที่เดิมเป็นเกาะมีน้ำล้อมรอบ เรือสินค้าสามารถแล่นอ้อมรอบๆเกาะได้ จึงได้ชื่อว่า &quot;พระสมุทรเจดีย์กลางน้ำ &rdquo; ปัจจุบันกระแสน้ำเปลี่ยนทิศทางและแผ่นดินได้ยื่นงอกออกมาจากการทับถมของตะกอน จนทำให้พื้นที่เกาะหมดไป คงเหลือเพียง &quot;พระสมุทรเจดีย์&rdquo; เท่านั้น<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โปรดเกล้าฯ ให้พระเจ้าลูกยาเธอกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ กับสมเด็จพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ ครั้งยังเป็นพระยาพระคลัง เป็นแม่กองจัดการ ถมเกาะหาดทรายให้แน่นหนามั่นคง เสร็จแล้วโปรดเกล้าฯให้ กรมพระราชวังบวรมหาศักดิ์พลเสพย์ กับ พระยาราชสงคราม คิดแบบเจดีย์จนเป็นที่พอพระราชหฤทัย แล้วจึงโปรดเกล้าฯให้ พระเจ้า ลูกยาเธอกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์กับเจ้าพระยาพระคลัง เป็นผู้อำนวยการสร้าง แต่พระองค์เสด็จสวรรคตเสียก่อน ต่อมาพระเจ้าลูกยาเธอกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ทรงพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯให้พระยาศรีธรรมราชและพระยาพระคลัง เป็นแม่กอง จัดสร้างพระเจดีย์ขึ้นกลางเกาะตามพระราชประสงค์ของพระราชบิดา แล้วเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2371 พระราชทานนามว่า &quot;พระสมุทรเจดีย์</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; พระสมุทรเจดีย์ เดิมสร้างเป็นแบบย่อเหลี่ยมไม้สิบสอง ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ ทอดพระเนตรสภาพทั่วไปของพระสมุทรเจดีย์ ทรงมีพระราชประสงค์จะสถาปนาให้สูงขึ้นไปอีก เพื่อให้เรือของชาวต่างประเทศที่เข้ามาจะได้แลเห็นพระสมุทรเจดีย์ จึงโปรดเกล้าฯให้ช่างไปถ่ายแบบพระเจดีย์ลอมฟางที่กรุงศรีอยุธยา แล้วโปรดเกล้าฯให้กรมหมื่นราชสีหวิกรม เป็นนายช่างจัดการสร้างพระเจดีย์แบบลอมฟางครอบพระเจดีย์เดิม นอกจากนี้ ยังทรงสร้างศาลาเก๋งจีน หอเทียน หอระฆัง พระวิหาร และพระพุทธรูป ปางห้ามสมุทร พร้อมหลักผูกเรือริมน้ำรอบองค์พระสมุทรเจดีย์ และได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ 12 องค์ จากพระบรมมหาราชวัง แห่มาทางชลมารคบรรจุไว้ตามโบราณราชประเพณี ทรงมีพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯให้มีการสมโภชเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ จนเป็นประเพณีสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน&rdquo;</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;จังหวัดสมุทรปราการ ได้จัดให้มีงานนมัสการพระสมุทรเจดีย์เป็นงานประจำปีที่สำคัญของจังหวัด โดยกำหนดเอาวันแรม 5 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปีเป็นวันเริ่มงาน ก่อนเริ่มงานประมาณวันแรม 2 ค่ำ เดือน 11 จะมีพุทธศาสนิกชนทั้งชายและหญิง พร้อมใจกันเย็บผ้าแดงผืนใหญ่สำหรับห่มองค์พระสมุทรเจดีย์ พอถึง วันแรม 5 ค่ำ เดือน11 คณะกรรมการจัดงานจะอัญเชิญผ้าแดงตั้งบนบุษบก แห่ไปรอบๆ ตัวเมือง และอัญเชิญผ้าแดงลงเรือแห่ไปตามลำน้ำเจ้าพระยา จนถึงอำเภอพระประแดง เพื่อให้ชาวอำเภอพระประแดงร่วมอนุโมทนา จากนั้นจึงแห่กลับมาทำพิธีทักษิณาวรรตรอบองค์พระสมุทรเจดีย์ ก่อนนำผ้าขึ้นห่มองค์พระสมุทรเจดีย์ ซึ่งเป็นประเพณีที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีหลังจากพิธีห่มผ้าองค์พระสมุทรเจดีย์ ในวันแรม 8 ค่ำเดือน 11 จะมีพิธีเวียนเทียนสักการะพระสมุทรเจดีย์ซึ่งได้ปฏิบัติสืบทอดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน เพื่อสักการะพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 12 องค์ ซึ่งอยู่ภายในพระสมุทรเจดีย์ โดยพิธีเวียนเทียนดังกล่าวเป็นแห่งเดียวที่จัดขึ้นในวันแรม 8 ค่ำ<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutprakan.prd.go.th/th/file/get/file/20210318b1fd678073b200be7efd05dbf65ef4f2113816.jpg' type='image/jpg' length='273246' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ชื่อเรื่องตัวอย่างข้อมูล ]]></title>
<link>https://samutprakan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/413/iid/4553</link>
<guid isPermaLink="false">23ba80fe83f6e022a227f7d3b3f97671</guid>
<pubDate>Wed, 18 Nov 2020 11:27:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://samutprakan.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; โดยที่กรมประชาสัมพันธ์มีภารกิจหลักในการดำเนินการงานด้านการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารมวลชนเพื่อให้การดำเนินงานประชาสัมพันธ์ของชาติเป็นไปอย่างมีระบบ ด้วยการประชาสัมพันธ์เสริมสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนและประชาคมโลกในยุทธศาสตร์ และนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่งจะต้องทำงานเชิงรุก ทั้งเรื่องการวางแผนประสานงาน ติดตามประเมินผล การบริหารจัดการข่าวสารอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เป็นกลางถูกต้อง เพิ่มบทบาทในการเป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการประชาสัมพันธ์แก่หน่วยงานต่างๆ<br />
กรมประชาสัมพันธ์ได้จัดทำจรรยาข้าราชการขึ้นจากกรอบแนวคิดพื้นฐานของมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรม รวมทั้งจากวัฒนธรรมองค์กรของกรมประชาสัมพันธ์ที่ข้าราชการยึดถือมาโดยตลอด โดยมีเจตนารมณ์เพื่อให้ข้าราชการของกรมประชาสัมพันธ์เป็นข้าราชการของประชาชน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ยึดมั่นในหลักคุณธรรม จริยธรรม มุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานตามหลักวิชาการและวิชาชีพ โดยยึดถือประโยชน์ของสาธารณชนเป็นที่ตั้ง เพื่อการบรรลุภารกิจอันสำคัญ ทั้งงานด้านการประชาสัมพันธ์ และการสื่อสารมวลชนตามพันธกิจอันเป็นวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutprakan.prd.go.th/th/file/get/file/202011185326c56be21e9601435bada5b8e6e996112749.jpg' type='image/jpg' length='28113' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ชื่อเรื่องตัวอย่างข้อมูล ]]></title>
<link>https://samutprakan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/413/iid/4554</link>
<guid isPermaLink="false">b8e9f528bfc4753e827124b8b966632e</guid>
<pubDate>Wed, 18 Nov 2020 11:27:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://samutprakan.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; โดยที่กรมประชาสัมพันธ์มีภารกิจหลักในการดำเนินการงานด้านการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารมวลชนเพื่อให้การดำเนินงานประชาสัมพันธ์ของชาติเป็นไปอย่างมีระบบ ด้วยการประชาสัมพันธ์เสริมสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนและประชาคมโลกในยุทธศาสตร์ และนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่งจะต้องทำงานเชิงรุก ทั้งเรื่องการวางแผนประสานงาน ติดตามประเมินผล การบริหารจัดการข่าวสารอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เป็นกลางถูกต้อง เพิ่มบทบาทในการเป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการประชาสัมพันธ์แก่หน่วยงานต่างๆ<br />
กรมประชาสัมพันธ์ได้จัดทำจรรยาข้าราชการขึ้นจากกรอบแนวคิดพื้นฐานของมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรม รวมทั้งจากวัฒนธรรมองค์กรของกรมประชาสัมพันธ์ที่ข้าราชการยึดถือมาโดยตลอด โดยมีเจตนารมณ์เพื่อให้ข้าราชการของกรมประชาสัมพันธ์เป็นข้าราชการของประชาชน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ยึดมั่นในหลักคุณธรรม จริยธรรม มุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานตามหลักวิชาการและวิชาชีพ โดยยึดถือประโยชน์ของสาธารณชนเป็นที่ตั้ง เพื่อการบรรลุภารกิจอันสำคัญ ทั้งงานด้านการประชาสัมพันธ์ และการสื่อสารมวลชนตามพันธกิจอันเป็นวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutprakan.prd.go.th/th/file/get/file/20201118646d4416e227738ca88fcc6f77519889112856.jpg' type='image/jpg' length='30597' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ชื่อเรื่องตัวอย่างข้อมูล]]></title>
<link>https://samutprakan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/413/iid/4555</link>
<guid isPermaLink="false">efb0d8650ac03766f6f59ef979afc8b2</guid>
<pubDate>Wed, 18 Nov 2020 11:27:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://samutprakan.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; โดยที่กรมประชาสัมพันธ์มีภารกิจหลักในการดำเนินการงานด้านการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารมวลชนเพื่อให้การดำเนินงานประชาสัมพันธ์ของชาติเป็นไปอย่างมีระบบ ด้วยการประชาสัมพันธ์เสริมสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนและประชาคมโลกในยุทธศาสตร์ และนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่งจะต้องทำงานเชิงรุก ทั้งเรื่องการวางแผนประสานงาน ติดตามประเมินผล การบริหารจัดการข่าวสารอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เป็นกลางถูกต้อง เพิ่มบทบาทในการเป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการประชาสัมพันธ์แก่หน่วยงานต่างๆ<br />
กรมประชาสัมพันธ์ได้จัดทำจรรยาข้าราชการขึ้นจากกรอบแนวคิดพื้นฐานของมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรม รวมทั้งจากวัฒนธรรมองค์กรของกรมประชาสัมพันธ์ที่ข้าราชการยึดถือมาโดยตลอด โดยมีเจตนารมณ์เพื่อให้ข้าราชการของกรมประชาสัมพันธ์เป็นข้าราชการของประชาชน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ยึดมั่นในหลักคุณธรรม จริยธรรม มุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานตามหลักวิชาการและวิชาชีพ โดยยึดถือประโยชน์ของสาธารณชนเป็นที่ตั้ง เพื่อการบรรลุภารกิจอันสำคัญ ทั้งงานด้านการประชาสัมพันธ์ และการสื่อสารมวลชนตามพันธกิจอันเป็นวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutprakan.prd.go.th/th/file/get/file/20201118c3143332a76c328684fa10ebf44848d9113001.jpg' type='image/jpg' length='32280' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ชื่อเรื่องตัวอย่างข้อมูล]]></title>
<link>https://samutprakan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/413/iid/4556</link>
<guid isPermaLink="false">bf605c9e078071c54598847dfc85f12a</guid>
<pubDate>Wed, 18 Nov 2020 11:27:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://samutprakan.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; โดยที่กรมประชาสัมพันธ์มีภารกิจหลักในการดำเนินการงานด้านการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารมวลชนเพื่อให้การดำเนินงานประชาสัมพันธ์ของชาติเป็นไปอย่างมีระบบ ด้วยการประชาสัมพันธ์เสริมสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนและประชาคมโลกในยุทธศาสตร์ และนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่งจะต้องทำงานเชิงรุก ทั้งเรื่องการวางแผนประสานงาน ติดตามประเมินผล การบริหารจัดการข่าวสารอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เป็นกลางถูกต้อง เพิ่มบทบาทในการเป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการประชาสัมพันธ์แก่หน่วยงานต่างๆ<br />
กรมประชาสัมพันธ์ได้จัดทำจรรยาข้าราชการขึ้นจากกรอบแนวคิดพื้นฐานของมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรม รวมทั้งจากวัฒนธรรมองค์กรของกรมประชาสัมพันธ์ที่ข้าราชการยึดถือมาโดยตลอด โดยมีเจตนารมณ์เพื่อให้ข้าราชการของกรมประชาสัมพันธ์เป็นข้าราชการของประชาชน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ยึดมั่นในหลักคุณธรรม จริยธรรม มุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานตามหลักวิชาการและวิชาชีพ โดยยึดถือประโยชน์ของสาธารณชนเป็นที่ตั้ง เพื่อการบรรลุภารกิจอันสำคัญ ทั้งงานด้านการประชาสัมพันธ์ และการสื่อสารมวลชนตามพันธกิจอันเป็นวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutprakan.prd.go.th/th/file/get/file/2020111833b3146d05a5bcafbd3010f1a5dc99c9112941.jpg' type='image/jpg' length='32554' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ชื่อเรื่องตัวอย่างข้อมูล]]></title>
<link>https://samutprakan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/413/iid/4557</link>
<guid isPermaLink="false">a3aa6093a4d3079aa765f1f698db42b8</guid>
<pubDate>Wed, 18 Nov 2020 11:27:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://samutprakan.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; โดยที่กรมประชาสัมพันธ์มีภารกิจหลักในการดำเนินการงานด้านการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารมวลชนเพื่อให้การดำเนินงานประชาสัมพันธ์ของชาติเป็นไปอย่างมีระบบ ด้วยการประชาสัมพันธ์เสริมสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนและประชาคมโลกในยุทธศาสตร์ และนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่งจะต้องทำงานเชิงรุก ทั้งเรื่องการวางแผนประสานงาน ติดตามประเมินผล การบริหารจัดการข่าวสารอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เป็นกลางถูกต้อง เพิ่มบทบาทในการเป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการประชาสัมพันธ์แก่หน่วยงานต่างๆ<br />
กรมประชาสัมพันธ์ได้จัดทำจรรยาข้าราชการขึ้นจากกรอบแนวคิดพื้นฐานของมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรม รวมทั้งจากวัฒนธรรมองค์กรของกรมประชาสัมพันธ์ที่ข้าราชการยึดถือมาโดยตลอด โดยมีเจตนารมณ์เพื่อให้ข้าราชการของกรมประชาสัมพันธ์เป็นข้าราชการของประชาชน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ยึดมั่นในหลักคุณธรรม จริยธรรม มุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานตามหลักวิชาการและวิชาชีพ โดยยึดถือประโยชน์ของสาธารณชนเป็นที่ตั้ง เพื่อการบรรลุภารกิจอันสำคัญ ทั้งงานด้านการประชาสัมพันธ์ และการสื่อสารมวลชนตามพันธกิจอันเป็นวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutprakan.prd.go.th/th/file/get/file/20201118d1ccb0e45e873302c5afbb2d01cf1239112922.jpg' type='image/jpg' length='41537' />
</item>
</channel>
</rss>
