<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[เที่ยววิถีไทย]]></title>
<link>https://samutprakan.prd.go.th/th/content/category/index/id/416</link>
<atom:link href="https://samutprakan.prd.go.th/th/content/category/index/id/416" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[พระสมุทรเจดีย์]]></title>
<link>https://samutprakan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/416/iid/345202</link>
<guid isPermaLink="false">ef491b95aa323b2552cd908bc325ee96</guid>
<pubDate>Tue, 03 Dec 2024 14:54:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; พระสมุทรเจดีย์เป็นปูชนียสถานที่สำคัญ และเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดสมุทรปราการ ที่ชาวสมุทรปราการและชาวจังหวัดใกล้เคียงเลื่อมใสศรัทธา เริ่มก่อสร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย แต่ก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2371&nbsp; ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว สมัยก่อนผู้คนส่วนใหญ่จะเรียกกันติดปากว่า พระเจดีย์กลางน้ำ เนื่องจากเดิมบริเวณที่ก่อสร้างพระสมุทรเจดีย์ เป็นเกาะมีน้ำล้อมรอบ&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;พระสมุทรเจดีย์องค์เดิมสร้างเป็นแบบย่อเหลี่ยมไม้สิบสอง ต่อมาพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จฯทอดพระเนตรสภาพทั่วไปของพระสมุทรเจดีย์ ทรงมีพระราชประสงค์จะสถาปนาให้สูงขึ้นไปอีก เพื่อให้เรือของชาวต่างประเทศที่เข้ามาจะได้แลเห็นพระสมุทรเจดีย์&nbsp; จึงโปรดฯให้ช่างไปถ่ายแบบพระเจดีย์ลอมฟางที่กรุงศรีอยุธยา&nbsp; แล้วโปรดฯให้กรมหมื่นราชสีหวิกรม เป็นนายช่างจัดการก่อสร้างพระเจดีย์แบบลอมฟางครอบองค์พระเจดีย์เดิม นอกจากนี้ ยังทรงสร้างศาลาเก๋งจีน หอเทียน หอระฆัง พระวิหาร และพระพุทธรูปปางห้ามสมุทร พร้อมหลักผูกเรือริมน้ำรอบองค์พระสมุทรเจดีย์ และได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ 12 องค์ จากพระบรม มหาราชวัง แห่มาทางชลมารคบรรจุไว้ตามโบราณราชประเพณี&nbsp; ทรงมีพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯให้มีการสมโภชเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ จนเป็นประเพณีสืบทอดมาจนถึงปัจจุบัน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;โดยทุกปีในวันแรม 5 ค่ำ เดือน 11&nbsp; &nbsp;จะมีพิธีอัญเชิญผ้าแดงแห่ไปรอบๆ ตัวเมือง และอัญเชิญผ้าแดงลงเรือแห่ไปตามลำน้ำเจ้าพระยาจนถึงอำเภอพระประแดง เพื่อให้ชาวอำเภอพระประแดงร่วมอนุโมทนา จากนั้นจึงอัญเชิญผ้าแดงกลับมาทำพิธีทักษิณาวรรตรอบองค์พระสมุทรเจดีย์ก่อนนำผ้าขึ้นห่มองค์พระสมุทรเจดีย์ ภายหลังจากประกอบพิธีห่มผ้าองค์พระสมุทรเจดีย์ จะมีพิธีเวียนเทียนรอบองค์พระสมุทรเจดีย์ เพื่อสักการะพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 12 องค์ ซึ่งบรรจุอยู่ภายในองค์พระสมุทรเจดีย์ รวมทั้งเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา โดยจะจัดขึ้นในวันแรม 8 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutprakan.prd.go.th/th/file/get/file/20241203b8adbed82325f8b4a976c24bf368faf8145627.jpg' type='image/jpg' length='130720' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ]]></title>
<link>https://samutprakan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/416/iid/344968</link>
<guid isPermaLink="false">a07470f017ee5d77edc102322f70d5d0</guid>
<pubDate>Tue, 03 Dec 2024 09:43:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ</strong> ตั้งอยู่ที่ตำบลท้ายบ้าน อำเภอเมืองฯ จังหวัดสมุทรปราการ ก่อตั้งโดย นายอุทัย ยังประภากร ในปีพ.ศ. 2498 โดยได้นำจระเข้จากป่ามาทดลองเพาะเลี้ยงในเชิงเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการอนุรักษ์จระเข้ไม่ให้สูญพันธุ์ ต่อมาได้พัฒนาฟาร์มฯให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งเป็นทั้งฟาร์มจระเข้ และเป็นทั้งสวนสัตว์ โดยมีกิจกรรมอื่นๆ ควบคู่อีกมากมาย จนเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ เช่น การแสดงโชว์การต่อสู้และจับจระเข้ ซึ่งเป็นการแสดงที่ทางฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์ สมุทรปราการ ได้คิดค้นจัดการแสดงนี้เป็นแห่งแรกของโลก เป็นการแสดงที่สร้างความตื่นเต้นเพลิดเพลินสนุกสนาน และประทับใจแก่นักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก และยังมีกิจกรรมอื่นๆ อาทิเช่น การให้อาหารจระเข้ การตกจระเข้ หรือการโชว์จระเข้กระโดด&nbsp; เป็นแหล่งให้ทั้งสาระความรู้ และความเพลิดเพลินแก่นักท่องเที่ยว รวมถึงเด็กนักเรียน โดยฟาร์มจระเข้และสวนสัตว์สมุทรปราการ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ไม่มีวันหยุด ตั้งแต่เวลา 08:00 น. ถึง 18:00 น.</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutprakan.prd.go.th/th/file/get/file/20241203a3fbaadd473a07384baa7fb81967385a094524.jpg' type='image/jpg' length='343197' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[สวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติ ศรีนครเขื่อนขันธ์ ]]></title>
<link>https://samutprakan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/416/iid/344674</link>
<guid isPermaLink="false">1582090200354c45d1f0b66713c943dc</guid>
<pubDate>Mon, 02 Dec 2024 13:15:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;สวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติ ศรีนครเขื่อนขันธ์ ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลบางกระเจ้า อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา ตรงข้ามกับ เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร โดยอยู่ในพื้นที่คุ้งบางกระเจ้า หรือที่เรียกกันว่ากระเพาะหมู ประกอบด้วยพื้นที่หกตำบลของอำเภอพระประแดง คือ ตำบลบางกระเจ้า ตำบลบางกอบัว ตำบลบางน้ำผึ้ง ตำบลบางกระสอบ ตำบลทรงคนอง และ ตำบลบางยอ เป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่ใกล้กับกรุงเทพมหานครทำหน้าที่เป็นเสมือนปอดที่ฟอกอากาศบริสุทธิ์ให้กับกรุงเทพมหานคร พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ประทับเฮลิคอปเตอร์ผ่านพื้นที่นี้เป็นประจำ มีพระราชดำริว่าควรสงวนพื้นที่นี้ให้เป็นพื้นที่สีเขียวและคงความเป็นปอดของคนเมืองไว้<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ได้จัดซื้อสวนรกร้างในคุ้งบางกระเจ้า 1,276 ไร่นำมาฟื้นฟู โดยได้กันพื้นที่จำนวน 148 ไร่สร้างเป็นสวนสาธารณะและสวนพฤกษชาติ และได้รับพระราชทานชื่อจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ว่า &quot;สวนศรีนครเขื่อนขันธ์&quot; มีความหมายว่า สวนสาธารณะที่เป็นศรีแก่นครเขื่อนขันธ์&nbsp;ปัจจุบันดูแลโดยสำนักโครงการพระราชดำริและกิจการพิเศษ กรมป่าไม้ ภายในมีพื้นที่สำคัญ 2 ส่วน ด้านหน้าเป็นสวนสาธารณะที่ปรับปรุงจากพื้นที่สวน จัดทำเป็นสนามหญ้า และปลูกไม้ดอกไม้ประดับอย่างสวยงาม มีสระน้ำขนาดใหญ่ มีศาลาริมน้ำให้นั่งพักผ่อน จุดที่น่าสนใจคือพื้นที่การเกษตรสาธิต ประกอบด้วยสวนมะพร้าว และสวนหมาก ที่คงสภาพของสวนเดิม และพันธ์ไม้ที่ปลูกไว้เป็นกลุ่มเพื่อการศึกษา พื้นที่อีกส่วนหนึ่งเป็นสวนด้านในที่ปล่อยให้คงสภาพพื้นที่ท้องร่องสวน โดยมีสะพานไม้หรือบอร์ดวอล์ค ทอดยาวออกไปให้เดินชมพื้นที่บรรยากาศร่มรื่น</p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutprakan.prd.go.th/th/file/get/file/20241202f32ed75ce7c8d57bbd1139803e42f69b131703.jpg' type='image/jpg' length='345051' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง]]></title>
<link>https://samutprakan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/416/iid/12206</link>
<guid isPermaLink="false">9e0ef202ed358c747cf6ec83225492ed</guid>
<pubDate>Fri, 19 Mar 2021 14:03:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; องค์การบริหารส่วนตำบลบางน้ำผึ้งและประชาชนบางน้ำผึ้งได้ร่วมใจปลุกวิถีชีวิตดั้งเดิมขึ้นมาใหม่ พร้อมใจสร้างตลาดขึ้นมาใหม่ &quot;ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง&rdquo; เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับขายสินค้าของชุมชนบางน้ำผึ้งและตำบลใกล้เคียงฝั่งเมืองพระประแดง จนถึงปัจจุบันเติบโตจนเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดสมุทรปราการ</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นับเป็นตลาดใกล้กรุงที่มีสินค้าหลากหลายทั้งของกินของใช้ของฝากนานาชนิด จัดเป็นซุ้มให้มีทางเดินยาวกว่า 2 กิโลเมตร ขนานไปกับคลองซอยสายเล็กๆที่แตกแขนงจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาในพื้นที่ทำการเกษตรของชาวบ้าน จัดจำหน่ายต้นไม้นานาพันธุ์, ปลาสวยงามหลากชนิด, และผลิตผลของชาวบ้าน เช่น มะพร้าวอ่อน มะม่วงน้ำดอกไม้ กล้วยหอม ชมพู่มะเหมี่ยว, ขนมหวานพื้นเมืองฝีมือชาวบ้าน เช่น ขนมถ้วย ขนมจาก กล้วยแขก ม้าฮ่อ ขนมตระกูลทอง กาละแมกวน ฝอยเงินที่ใช้ไข่ขาวต้มในน้ำเชื่อมรสหวานชุ่มคอ หมี่กรอบโบราณ ฯลฯ อาหารคาว เช่น ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน ไส้กรอกโบราณ ห่อหมกหมู หอยทอดในถาดขนมครก ไก่สะเต๊ะ น้ำพริกต่างๆ พร้อมเลือกผักเคียงข้างจาน เช่น ผักกระถิน ผักบุ้ง ผักหนาม ผักดองชนิดต่างๆ ที่ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการแปรรูปพืชผักให้มีรับประทานนอกฤดูกาล</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์รวมสินค้า OTOP ที่สร้างสรรค์จากชาวบ้านในชุมชนบางน้ำผึ้งและตำบลใกล้เคียงในจังหวัดสมุทรปราการ เช่น ดอกไม้เกล็ดปลา บ้านธูปสมุนไพร ผลิตภัณฑ์จากทะเลอย่างกุ้งแห้ง กะปิ หอยดอง ภาพประดิษฐ์จากรกมะพร้าว ของตกแต่งบ้าน-ดอกหญ้าหลากสี, โมบายล์ลูกตีนเป็ดรูปร่างแปลกตา เป็นต้น<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutprakan.prd.go.th/th/file/get/file/202103198136f0b683eb92c8b61e30402a496256140406.jpg' type='image/jpg' length='7028155' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สมุทรปราการ]]></title>
<link>https://samutprakan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/416/iid/12098</link>
<guid isPermaLink="false">dc4cc01a81eb554770c5ee9c483d869d</guid>
<pubDate>Fri, 19 Mar 2021 09:14:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; ตั้งอยู่ริมถนนประโคนชัย ใกล้กับตลาดปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นที่นับถือของชาวจังหวัดสมุทรปราการ มานานเกือบ 200 ปี มีลักษณะแตกต่าง จากการสร้างหลักเมืองที่อื่นๆ ที่มีการแยกสถานศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองเป็น 2 ส่วนคือ ศาลเจ้าพ่อ คุ้มครองเมือง ซึ่งเป็นไปตามความเชื่อของจีน เสาหลักเมือง ซึ่งถือเป็นฐานหลักของแต่ละเมือง แต่ชาวเมืองปากน้ำนิยมเรียกรวมเป็นชื่อเดียวว่าศาลเจ้าพ่อหลักเมือง</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; เสาหลักเมือง ทำด้วยไม้ชัยพฤกษ์ สูง 6 ศอก เมื่อครั้งสร้างเมืองสมุทรปราการ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ได้ทรงประกอบพิธีฝังหลักเมือง เมื่อวันอาทิตย์ เดือน 4 ขึ้น 7 ค่ำ ปีมะเมีย จัตวาศก กระทั่งวันพุธเดือน 4 ขึ้น 10 ค่ำ ย่ำรุ่ง 4 นาฬิกา 6 บาท ได้ฤกษ์เอาแผ่นยันต์ ทอง เงิน ทองแดง ดีบุกและศิลา ลงสู่ภูมิบาท แล้วยกเสาหลักเมือง ณ วันเสาร์เดือน 4 ขึ้น 13 ค่ำ ย่ำรุ่ง 5 นาฬิกา 6 บาท ฝังอาถรรพณ์ แผ่นยันต์องค์รักษ์อีกครั้ง</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ศาลเจ้าพ่อ คือ ศาลแห่งเทพเจ้าที่ชื่อ เฉิงหวง (คำว่า เฉิง คือ เมือง ส่วนคำว่า หวง คือ เจ้า เมื่อรวมความคำ เฉิงหวง คือ เทพเจ้าเมือง ) ตามตำนานจีน เทพเฉิงหวง เป็นเทพผู้มีพระมัสสุ(หนวด)ยาว หน้าตาน่าเกรงขาม</p>

<p>การเดินทาง<br />
รถยนต์ส่วนตัว จากแยกบางนาตรงไปตามถนนสุขุมวิทเข้าตลาดปากน้ำ<br />
รถโดยสารประจำทาง สาย 25, 145<br />
รถโดยสารปรับอากาศ สาย 25, 102, 142, 142, 507, 508, 511, 536 ไปลงตลาดปากน้ำ</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutprakan.prd.go.th/th/file/get/file/202103195738db442686565870d54f849e0c8b14091517.jpg' type='image/jpg' length='423212' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดบางพลีใหญ่ใน]]></title>
<link>https://samutprakan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/416/iid/11975</link>
<guid isPermaLink="false">a44e7eeaa97fdb066df881bfab9ff8d1</guid>
<pubDate>Thu, 18 Mar 2021 12:14:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ตั้งอยู่ริมคลองสำโรง ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เดิมชื่อวัดพลับพลาไชยชนะสงคราม เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ปางมารวิชัย (ปางสะดุ้งมาร) ศิลปะสมัยสุโขทัย ลักษณะเบิกเนตร ขัดสมาธิ ขนาดหน้าตักกว้าง 3 ศอก 1 คืบ ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะชาวอำเภอบางพลีและใกล้เคียง ชาวบ้านนิยมเรียกกันว่า หลวงพ่อโต ตามตำนานกล่าวว่า ประมาณ 200 กว่าปี หลวงพ่อโตลอยน้ำมาจากทางเหนือ พร้อมหลวงพ่อพุทธโสธร และหลวงพ่อบ้านแหลม&nbsp; โดยหลวงพ่อโตลอยเข้ามาตามคลองสำโรง ชาวบ้านได้อัญเชิญขึ้นประดิษฐาน ณ วัดบางพลีใหญ่ใน พระอารามหลวง&nbsp; เป็นที่เคารพบูชาของชาวจังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดใกล้เคียง<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ทุกปีในวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11&nbsp; จะมีการอัญเชิญหลวงพ่อโตจำลอง&nbsp; ลงเรือแห่ไปตามลำคลองสำโรง&nbsp; เพื่อให้ประชาชนที่อยู่อาศัยบริเวณสองฝั่งคลอง และที่มาร่วมพิธีได้ร่วมสักการบูชา ด้วยการโยนดอกบัวลงไปในเรือที่องค์หลวงพ่อโตประดิษฐานอยู่&nbsp; มีความเชื่อกันว่า หากสามารถโยนดอกบัวลงไปในเรือที่องค์หลวงพ่อโตประดิษฐานอยู่แล้ว&nbsp; อธิษฐานสิ่งใดไว้ก็จะประสบความสำเร็จดังหวัง&nbsp;&nbsp;</p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; การเดินทาง&nbsp; ใช้เส้นทางถนนบางนา-ตราด มุ่งหน้าไปทางจังหวัดชลบุรีถึงกิโลเมตรที่ 12 ให้กลับรถแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางถนนบางพลี-กิ่งแก้ว ประมาณ 3.5 กิโลเมตร จะพบสี่แยกเลี้ยวซ้ายไปประมาณ 1 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนสุขาภิบาล 6 ทางเข้าเทศบาลตำบลบางพลี 200 เมตร จะถึงวัดบางพลีใหญ่ใน ส่วนอีกทางหนึ่งเข้าทางถนนเทพารักษ์ ประมาณ กิโลเมตรที่ 13 ก็ถึงจะวัด<br />
&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutprakan.prd.go.th/th/file/get/file/2021031802bcb1a9aca4e9f11384105f0034cea1122007.jpg' type='image/jpg' length='630225' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ชื่อเรื่องตัวอย่างข้อมูล]]></title>
<link>https://samutprakan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/416/iid/4538</link>
<guid isPermaLink="false">188237dff28697286f5c64bb2844bc42</guid>
<pubDate>Wed, 18 Nov 2020 11:27:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://samutprakan.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; โดยที่กรมประชาสัมพันธ์มีภารกิจหลักในการดำเนินการงานด้านการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารมวลชนเพื่อให้การดำเนินงานประชาสัมพันธ์ของชาติเป็นไปอย่างมีระบบ ด้วยการประชาสัมพันธ์เสริมสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนและประชาคมโลกในยุทธศาสตร์ และนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่งจะต้องทำงานเชิงรุก ทั้งเรื่องการวางแผนประสานงาน ติดตามประเมินผล การบริหารจัดการข่าวสารอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เป็นกลางถูกต้อง เพิ่มบทบาทในการเป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการประชาสัมพันธ์แก่หน่วยงานต่างๆ<br />
กรมประชาสัมพันธ์ได้จัดทำจรรยาข้าราชการขึ้นจากกรอบแนวคิดพื้นฐานของมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรม รวมทั้งจากวัฒนธรรมองค์กรของกรมประชาสัมพันธ์ที่ข้าราชการยึดถือมาโดยตลอด โดยมีเจตนารมณ์เพื่อให้ข้าราชการของกรมประชาสัมพันธ์เป็นข้าราชการของประชาชน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ยึดมั่นในหลักคุณธรรม จริยธรรม มุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานตามหลักวิชาการและวิชาชีพ โดยยึดถือประโยชน์ของสาธารณชนเป็นที่ตั้ง เพื่อการบรรลุภารกิจอันสำคัญ ทั้งงานด้านการประชาสัมพันธ์ และการสื่อสารมวลชนตามพันธกิจอันเป็นวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutprakan.prd.go.th/th/file/get/file/202011185326c56be21e9601435bada5b8e6e996112749.jpg' type='image/jpg' length='28113' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ชื่อเรื่องตัวอย่างข้อมูล]]></title>
<link>https://samutprakan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/416/iid/4539</link>
<guid isPermaLink="false">580fe5bd711f3f2636a488bd664af263</guid>
<pubDate>Wed, 18 Nov 2020 11:27:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://samutprakan.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; โดยที่กรมประชาสัมพันธ์มีภารกิจหลักในการดำเนินการงานด้านการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารมวลชนเพื่อให้การดำเนินงานประชาสัมพันธ์ของชาติเป็นไปอย่างมีระบบ ด้วยการประชาสัมพันธ์เสริมสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนและประชาคมโลกในยุทธศาสตร์ และนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่งจะต้องทำงานเชิงรุก ทั้งเรื่องการวางแผนประสานงาน ติดตามประเมินผล การบริหารจัดการข่าวสารอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เป็นกลางถูกต้อง เพิ่มบทบาทในการเป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการประชาสัมพันธ์แก่หน่วยงานต่างๆ<br />
กรมประชาสัมพันธ์ได้จัดทำจรรยาข้าราชการขึ้นจากกรอบแนวคิดพื้นฐานของมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรม รวมทั้งจากวัฒนธรรมองค์กรของกรมประชาสัมพันธ์ที่ข้าราชการยึดถือมาโดยตลอด โดยมีเจตนารมณ์เพื่อให้ข้าราชการของกรมประชาสัมพันธ์เป็นข้าราชการของประชาชน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ยึดมั่นในหลักคุณธรรม จริยธรรม มุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานตามหลักวิชาการและวิชาชีพ โดยยึดถือประโยชน์ของสาธารณชนเป็นที่ตั้ง เพื่อการบรรลุภารกิจอันสำคัญ ทั้งงานด้านการประชาสัมพันธ์ และการสื่อสารมวลชนตามพันธกิจอันเป็นวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutprakan.prd.go.th/th/file/get/file/20201118646d4416e227738ca88fcc6f77519889112856.jpg' type='image/jpg' length='30597' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ชื่อเรื่องตัวอย่างข้อมูล ]]></title>
<link>https://samutprakan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/416/iid/4540</link>
<guid isPermaLink="false">935d3c81d3f6f8ec4e21a1b598efbd9a</guid>
<pubDate>Wed, 18 Nov 2020 11:27:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://samutprakan.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; โดยที่กรมประชาสัมพันธ์มีภารกิจหลักในการดำเนินการงานด้านการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารมวลชนเพื่อให้การดำเนินงานประชาสัมพันธ์ของชาติเป็นไปอย่างมีระบบ ด้วยการประชาสัมพันธ์เสริมสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนและประชาคมโลกในยุทธศาสตร์ และนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่งจะต้องทำงานเชิงรุก ทั้งเรื่องการวางแผนประสานงาน ติดตามประเมินผล การบริหารจัดการข่าวสารอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เป็นกลางถูกต้อง เพิ่มบทบาทในการเป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการประชาสัมพันธ์แก่หน่วยงานต่างๆ<br />
กรมประชาสัมพันธ์ได้จัดทำจรรยาข้าราชการขึ้นจากกรอบแนวคิดพื้นฐานของมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรม รวมทั้งจากวัฒนธรรมองค์กรของกรมประชาสัมพันธ์ที่ข้าราชการยึดถือมาโดยตลอด โดยมีเจตนารมณ์เพื่อให้ข้าราชการของกรมประชาสัมพันธ์เป็นข้าราชการของประชาชน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ยึดมั่นในหลักคุณธรรม จริยธรรม มุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานตามหลักวิชาการและวิชาชีพ โดยยึดถือประโยชน์ของสาธารณชนเป็นที่ตั้ง เพื่อการบรรลุภารกิจอันสำคัญ ทั้งงานด้านการประชาสัมพันธ์ และการสื่อสารมวลชนตามพันธกิจอันเป็นวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutprakan.prd.go.th/th/file/get/file/2020111833b3146d05a5bcafbd3010f1a5dc99c9112941.jpg' type='image/jpg' length='32554' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ชื่อเรื่องตัวอย่างข้อมูล]]></title>
<link>https://samutprakan.prd.go.th/th/content/category/detail/id/416/iid/4541</link>
<guid isPermaLink="false">7dfd38d718278883dce7ab390c403287</guid>
<pubDate>Wed, 18 Nov 2020 11:27:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img alt="" src="https://samutprakan.prd.go.th/cms/s1/u1/Template/logo-footer.png" style="width: 277px; height: 110px;" /></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp; โดยที่กรมประชาสัมพันธ์มีภารกิจหลักในการดำเนินการงานด้านการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารมวลชนเพื่อให้การดำเนินงานประชาสัมพันธ์ของชาติเป็นไปอย่างมีระบบ ด้วยการประชาสัมพันธ์เสริมสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนและประชาคมโลกในยุทธศาสตร์ และนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่งจะต้องทำงานเชิงรุก ทั้งเรื่องการวางแผนประสานงาน ติดตามประเมินผล การบริหารจัดการข่าวสารอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เป็นกลางถูกต้อง เพิ่มบทบาทในการเป็นที่ปรึกษาด้านวิชาการประชาสัมพันธ์แก่หน่วยงานต่างๆ<br />
กรมประชาสัมพันธ์ได้จัดทำจรรยาข้าราชการขึ้นจากกรอบแนวคิดพื้นฐานของมาตรฐานคุณธรรมจริยธรรม รวมทั้งจากวัฒนธรรมองค์กรของกรมประชาสัมพันธ์ที่ข้าราชการยึดถือมาโดยตลอด โดยมีเจตนารมณ์เพื่อให้ข้าราชการของกรมประชาสัมพันธ์เป็นข้าราชการของประชาชน ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ ยึดมั่นในหลักคุณธรรม จริยธรรม มุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานตามหลักวิชาการและวิชาชีพ โดยยึดถือประโยชน์ของสาธารณชนเป็นที่ตั้ง เพื่อการบรรลุภารกิจอันสำคัญ ทั้งงานด้านการประชาสัมพันธ์ และการสื่อสารมวลชนตามพันธกิจอันเป็นวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้</p>
]]></description>
<enclosure url='https://samutprakan.prd.go.th/th/file/get/file/20201118d1ccb0e45e873302c5afbb2d01cf1239112922.jpg' type='image/jpg' length='41537' />
</item>
</channel>
</rss>
